การทำนาปรังโดยไม่ไถเตรียมดิน

 

                นายประเสริฐ  หาบุญมี   บ้านที่อยู่  33  หมู่ 1  ตำบลสีกาย  อำเภอเมืองหนองคาย 

จังหวัดหนองคาย   เกษตรกรทำนาดีเด่น ปี 2551  จังหวัดหนองคาย

                การทำนาปรังเป็นการทำการเกษตรที่เสี่ยงพอสมควรเนื่องจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย   เช่น เสี่ยงต่อฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติ  ไม่มีลานตาก    ผลผลิตออกตลาดพร้อมกันและราคาตกต่ำ นายประเสริฐ หาบุญมี  จึงพยายามหาทางที่จะลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

                การลดต้นทุนการผลิตข้าวนาปรังของ นายประเสริฐ  หาบุญมี  อีกวิธีหนึ่งที่นับว่าได้ผลและลดต้นทุนการผลิต  ประหยัดแรงงานคือการทำนาปรังโดยไม่ไถเตรียมดิน  ซึ่งเริ่มทำมา 4-5 ปีแล้ว  มีวิธีการไม่ยุ่งยาก  เกษตรกรทุกท่านสามารถทำได้ คือ

                1. ใช้อีหลุบ  รถไถเดินตามหรือวิธีการใดก็ได้ย่ำตอซังข้าวหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนาปี  ให้แตก และล้ม  เพื่อให้ตอซังแห้งเร็วจะง่ายต่อการเผา

                2. ทิ้งตอซังไว้ให้แห้ง ประมาณ 5-6  วัน  และทำการเผาก่อนปล่อยน้ำเข้า 1  วัน

                3. เตรียมเมล็ดพันธุ์โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 20 กิโลกรัม / ไร่  แช่น้ำ 2 คืน  หุ้ม  2 คืน  หว่านหลังปล่อยน้ำเข้าแปลง โดยไม่ไขน้ำออกจากแปลง

                4. ปล่อยข้าวที่หว่านแช่น้ำในแปลง 1-2 วัน แล้วระบายน้ำออกเพื่อให้ข้าวแทงหน่อเจริญเติบโต  ปล่อยไว้ 5-6  วัน  จึงปล่อยน้ำเข้า

                5. หมั่นดูแลแปลงโดยไม่ให้ขาดน้ำ  ถ้าขาดน้ำจะมีปัญหาเรื่องวัชพืช

                6. การใส่ปุ๋ยหลังข้าวงอก 15-20 วัน  ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0   จำนวน  100  กิโลกรัม   ผสมกับปุ๋ยสูตร

16-16-8  จำนวน  50 กิโลกรัม หว่านอัตรา  15-20 กิโลกรัม/ไร่

                                ข้าวอายุ  35-40  วัน  ใช้ปุ๋ยสูตร  46-0-0  จำนวน  50  กิโลกรัม  ผสมกับปุ๋ยสูตร  16-16-8  จำนวน   100 กิโลกรัม   หว่านอัตราไร่ละ  15-20 กิโลกรัม

                                ข้าวอายุ  55-60  วัน  ใช้ปุ๋ยสูตร  46-0-0  จำนวน  50 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยสูตร  16-20-0  จำนวน  100  กิโลกรัม  หว่านอัตราไร่ละ  15-20 กิโลกรัม

                7. ต้นทุนการผลิตการทำนาปรัง  โดยไม่ไถเตรียมดินพื้นที่  20  ไร่

                                -  ค่าเมล็ดพันธุ์                             2,120                บาท

                                -  ค่าปุ๋ยเคมี                         20,000                บาท

                                -  ค่าเก็บเกี่ยว                       10,000                บาท

                                -  ค่าน้ำมัน                          5,000                บาท

                                -  ค่าน้ำ                                  2,800                บาท

                                - ค่าแรง                                 5,000                บาท

                                รวมต้นทุน          44,620  บาท (2,231 บาท/ไร่)

                                ผลผลิต                   15,000  บาท (750 กก./ไร่)

                                ราคาจำหน่าย                      5.30 บาท/ กก. ยอดขาย 79,500  บาท

                                ได้กำไรสุทธิ       34,880                  บาท (1,744  บาท / ไร่)